Glowing Background

Previous

Featured - 2min read

5 สัญญาณว่าองค์กรของคุณกำลังจ้างคนเพิ่มเพื่อมาทำงานที่ใช้ระบบ Automation แทนได้หรือไม่?

Tech Stock market image

ผมเคยคุยกับเจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งที่กำลังวางแผนรับพนักงานเพิ่มอีก 4 คน

เหตุผลไม่ใช่เพราะยอดขายโตแบบก้าวกระโดด

แต่เพราะทีมงานเริ่มรับภาระงานหลังบ้านไม่ไหว

มีคนทำรายงาน

มีคนคอยรวบรวมข้อมูล

มีคนติดตามงานอนุมัติ

มีคนโทรตามลูกค้า

มีคนคอยอัปเดตข้อมูลข้ามระบบ

เมื่อผมถามต่อว่า

"ถ้าพรุ่งนี้พนักงานเหล่านี้ลาออกพร้อมกันทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้น"

คำตอบคือ

"งานเกือบทั้งหมดจะหยุด"

และนี่คือสัญญาณสำคัญที่ผมพบในหลายองค์กรที่กำลังเติบโต

พวกเขาไม่ได้ขาดคน

แต่กำลังใช้คนไปแก้ปัญหาที่ระบบควรจัดการได้ตั้งนานแล้ว

สัญญาณที่ 1: มีคนทำ Manual Report ทุกสัปดาห์

หากทุกวันจันทร์มีคนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงดึงข้อมูลจากหลายไฟล์ มานั่งรวมใน Excel แล้วส่งรายงานให้ผู้บริหาร

นั่นไม่ใช่งานวิเคราะห์

แต่นั่นคือการเป็น "ตัวกลางส่งข้อมูล"

ยิ่งองค์กรโตขึ้น จำนวนรายงานก็ยิ่งเพิ่ม คนก็ยิ่งต้องเพิ่มตาม

แต่คุณค่าทางธุรกิจไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่ทำรายงาน

สัญญาณที่ 2: ทีมงานใช้เวลาไปกับ Copy & Paste

หลายองค์กรมี ERP

มี CRM

มีระบบบัญชี

มีระบบขาย

แต่ข้อมูลกลับไม่เชื่อมถึงกัน

พนักงานจึงต้องคอย Copy ข้อมูลจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่งทุกวัน

งานประเภทนี้มักไม่สร้างมูลค่าเพิ่มใด ๆ ให้กับธุรกิจ แต่กลับใช้ทรัพยากรจำนวนมากโดยที่หลายองค์กรไม่รู้ตัว

สัญญาณที่ 3: งานอนุมัติเต็มไปด้วยการตามงาน

ผมเคยเจอองค์กรที่ใช้เวลาหลายวันกว่าจะอนุมัติเอกสารเพียงฉบับเดียว

ไม่ใช่เพราะกระบวนการซับซ้อน

แต่เพราะทุกอย่างอยู่ใน Email และ Line

ทุกคนต้องคอยถามว่า

"อนุมัติหรือยัง"

"ติดอยู่ที่ใคร"

"ส่งต่อหรือยัง"

เมื่อจำนวนงานเพิ่มขึ้น ความล่าช้าก็เพิ่มขึ้นตาม

และสุดท้ายกลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น

สัญญาณที่ 4: ฝ่ายขายใช้เวลาตามลูกค้ามากกว่าขาย

หลายบริษัทมีรายชื่อลูกค้าอยู่ใน Excel

ไม่มีระบบแจ้งเตือน

ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ

ไม่มีการติดตามสถานะอย่างเป็นระบบ

พนักงานขายจึงต้องใช้เวลาไปกับการจำ การจด และการตามงาน แทนที่จะใช้เวลากับการสร้างยอดขาย

ผลลัพธ์คือองค์กรต้องเพิ่มจำนวนเซลส์เพื่อรักษาระดับรายได้เดิม

ทั้งที่ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนขาย

สัญญาณที่ 5: ยิ่งโต ยิ่งต้องเพิ่มคนหลังบ้าน

นี่เป็นสัญญาณที่ผมมองว่าสำคัญที่สุด

หากรายได้เพิ่มขึ้น 20%

แต่จำนวนพนักงานหลังบ้านต้องเพิ่มขึ้น 20% เช่นกัน

นั่นอาจหมายความว่าระบบการทำงานยังไม่สามารถรองรับการเติบโตได้

ธุรกิจที่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพควรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าการเพิ่มจำนวนคน

แล้วควรเริ่มแก้อย่างไร

หลายคนคิดว่าคำตอบคือ AI

แต่ในความเป็นจริง หลายองค์กรควรเริ่มจากการจัดการ Workflow และข้อมูลก่อน

บางครั้งการใช้ RPA เพื่อดึงข้อมูลอัตโนมัติ

การเชื่อมระบบที่มีอยู่เข้าด้วยกัน

การสร้าง Workflow Approval

หรือการทำ AI Automation ในจุดที่เหมาะสม

สามารถลดเวลางานซ้ำ ๆ ได้หลายร้อยชั่วโมงต่อเดือน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนกับโครงการ AI ขนาดใหญ่

จากประสบการณ์ในการทำงานด้าน Data, Analytics, RPA และ AI Automation ผมพบว่าองค์กรที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดไม่ใช่องค์กรที่ทำ Automation มากที่สุด

แต่คือองค์กรที่เลือกแก้ปัญหาในจุดที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจสูงที่สุดก่อน

Business Impact ที่เกิดขึ้นมักมาในรูปแบบของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง ความเร็วในการทำงานที่เพิ่มขึ้น ความผิดพลาดจากงาน Manual ที่ลดลง

และที่สำคัญคือการทำให้ทีมงานสามารถ "ใช้เวลาไปกับงานที่สร้างรายได้และคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น"

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าองค์กรกำลังแก้ปัญหาด้วยการจ้างคนเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ

ผมยินดีช่วยประเมินกระบวนการทำงาน ค้นหาจุดที่เหมาะสมสำหรับ RPA และ AI Automation และวาง Roadmap ที่เชื่อมโยงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจจริง ๆ

เพราะเป้าหมายของ Automation ไม่ใช่การลดคน แต่คือการทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนตามไปทุกครั้งที่ธุรกิจขยายตัว

ฟรี! แบบประเมินความพร้อมด้าน AI